SUPATTRA FA-SPEED

ผนังเบาขึ้นรา บวม หรือเสียหายจากความชื้น

แนวทางตรวจผนังเบาขึ้นรา บวม หรือเสียหายจากความชื้นอย่างปลอดภัย พร้อมลำดับหยุดน้ำ ประเมินวัสดุ ซ่อม และลดโอกาสเกิดซ้ำ

งานผนังเบา · บทความ 25 / 39

ผนังเบาขึ้นรา บวม หรือเสียหายจากความชื้น

แนวทางตรวจผนังเบาขึ้นรา บวม หรือเสียหายจากความชื้นอย่างปลอดภัย พร้อมลำดับหยุดน้ำ ประเมินวัสดุ ซ่อม และลดโอกาสเกิดซ้ำ
ภาพประกอบบทความ ผนังเบาขึ้นรา บวม หรือเสียหายจากความชื้น

คราบรา สีพอง ผิวแผ่นนิ่ม หรือขอบผนังบวม เป็นสัญญาณว่าความชื้นกำลังส่งผลต่อระบบผนังเบา การทาสีทับหรือเช็ดคราบเพียงอย่างเดียวมักไม่จบปัญหา เพราะต้นเหตุอาจยังอยู่หลังผนัง ใต้พื้น เหนือฝ้า หรือบริเวณรอยต่อภายนอก สิ่งสำคัญคือหยุดแหล่งความชื้น ประเมินขอบเขตความเสียหาย และซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

ความชื้นมาจากไหน

ท่อน้ำ ข้อต่อ วาล์ว หรือท่อน้ำทิ้งรั่วภายในผนัง

น้ำซึมจากหลังคา ผนังภายนอก หน้าต่าง ประตู หรือรอยต่ออาคาร

น้ำกระเด็นและไอน้ำสะสมในห้องน้ำ ห้องซักล้าง หรือครัวที่ระบายอากาศไม่ดี

น้ำจากการล้างพื้นหรือพื้นที่เปียกสัมผัสขอบล่างของแผ่นเป็นประจำ

การควบแน่นจากอากาศชื้นเมื่อสัมผัสพื้นผิวเย็น เช่น บริเวณใกล้ท่อแอร์หรือพื้นที่ปรับอากาศ

น้ำท่วมหรือเหตุฉุกเฉินที่ทำให้แผ่นและวัสดุภายในผนังเปียกเป็นเวลานาน

แผ่นทนชื้นช่วยรองรับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นได้ดีกว่าแผ่นทั่วไปตามขอบเขตการใช้งานของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถแช่น้ำหรือรับน้ำรั่วต่อเนื่องได้ จึงต้องแก้ที่แหล่งน้ำก่อนเสมอ

ตรวจอย่างปลอดภัยก่อนรื้อ

เริ่มจากสังเกตสี กลิ่น และสัมผัสโดยหลีกเลี่ยงการกวนฝุ่นหรือสปอร์ คราบที่ขยายตัว กลิ่นอับต่อเนื่อง ผิวแผ่นยุ่ย หัวสกรูเป็นสนิม หรือบัวพื้นบวม ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ ตรวจด้านตรงข้ามของผนัง พื้นที่เหนือฝ้า และจุดที่มีท่อหรือช่องเปิดใกล้เคียงด้วย เพราะตำแหน่งที่เห็นคราบอาจไม่ใช่ต้นทางของน้ำ

ช่างสามารถใช้เครื่องวัดความชื้นและกล้องตรวจสอบเพื่อช่วยกำหนดขอบเขต แต่ค่าที่อ่านได้ควรตีความร่วมกับชนิดวัสดุและสภาพแวดล้อม หากต้องเปิดผนัง ต้องตัดระบบไฟฟ้าในบริเวณเสี่ยงและตรวจแนวสายไฟ–ท่อก่อนทุกครั้ง

หากพบเชื้อราเป็นบริเวณกว้าง มีกลิ่นรุนแรง น้ำเสียปนเปื้อน ผู้พักอาศัยมีอาการแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ หรือไม่สามารถระบุต้นเหตุได้ ควรหลีกเลี่ยงการรื้อเองและให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความชื้นหรือการฟื้นฟูอาคารประเมิน การขัดแห้งหรือเป่าพัดลมใส่คราบราโดยตรงอาจทำให้สิ่งปนเปื้อนกระจาย

ขั้นตอนแก้ไขที่ควรทำตามลำดับ

1. หยุดต้นเหตุของน้ำ ซ่อมท่อ รอยรั่ว งานกันซึม หรือระบบระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อน 2. แยกพื้นที่และลดความเสี่ยง เคลื่อนย้ายของใช้ ป้องกันฝุ่นจากการรื้อ และใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้เหมาะกับลักษณะงาน 3. ประเมินวัสดุที่ยังใช้ได้ แผ่นที่บวม ยุ่ย เสียรูป หรือมีเชื้อราฝังในวัสดุพรุนมักต้องตัดออกจนถึงส่วนที่มั่นคง ไม่ควรปิดทับเพื่อซ่อนอาการ 4. ตรวจโครงและวัสดุภายใน ตรวจสนิม การเสียรูป ฉนวนที่อมน้ำ งานไฟฟ้า และวัสดุประกอบอื่น หากเสียหายควรเปลี่ยนหรือซ่อมตามระบบ 5. ทำความสะอาดและทำให้แห้ง ใช้วิธีที่เหมาะกับวัสดุและระดับการปนเปื้อน ก่อนปิดผนังต้องมั่นใจว่าโครงและพื้นที่ภายในแห้งจริง 6. ติดตั้งแผ่นทดแทนและเก็บผิว เลือกชนิดแผ่นให้เหมาะกับพื้นที่ เว้นรายละเอียดขอบล่างและรอยต่ออย่างถูกต้อง ยึดแผ่น เก็บรอยต่อ รองพื้น และทาสีตามคำแนะนำของระบบวัสดุ

ไม่ควรอาศัยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือสีป้องกันเชื้อราเป็นตัวแทนของการหยุดน้ำและนำวัสดุที่เสื่อมสภาพออก ผลิตภัณฑ์เคมีแต่ละชนิดมีข้อจำกัดและต้องใช้ตามฉลาก โดยคำนึงถึงการระบายอากาศและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร

ลดโอกาสเกิดซ้ำ

เลือกแผ่นและระบบผนังให้ตรงกับพื้นที่แห้ง พื้นที่ชื้น หรือพื้นที่ที่มีน้ำกระเด็น จัดทำงานกันซึมและรอยต่อรอบท่อ–ช่องเปิดให้สมบูรณ์ ออกแบบการระบายอากาศให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงไม่ให้ขอบแผ่นสัมผัสน้ำจากพื้นโดยตรง ควรตรวจหลังคา รางน้ำ ยาแนวหน้าต่าง ท่อน้ำ และท่อน้ำทิ้งเป็นระยะ รวมถึงแก้คราบน้ำใหม่ ๆ ทันทีแทนการรอให้แผ่นบวม

เมื่อต้องซ่อม ควรบันทึกตำแหน่งรั่ว วันที่ตรวจ และค่าความชื้นก่อน–หลัง เพื่อช่วยยืนยันว่าต้นเหตุถูกจัดการแล้ว

ติดต่อทีมงาน

เตรียมข้อมูลหน้างานเพื่อขอประเมิน

ขอใบเสนอราคาLINE065-872-7520